สมัครสมาชิก ลืมรหัสผ่าน
หน้าแรก > บทความ > ทำไมต้องมี "อีโมติคอน"

ทำไมต้องมี "อีโมติคอน"

ความจริงในความหมายของไอคอน (icon) เดิมหมายถึง รูปสัญลักษณ์ หรือ รูปเคารพ ก็คือ รูปเหมือน หรือสิ่งที่สร้างแทน ทำขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

ปัจจุบัน "รูปสัญลักษณ์"โดยเฉพาะวัฒนธรรมสมัยนิยมโดยทั่วไปจะหมายถึงสัญลักษณ์เช่นชื่อ, หน้า, รูป, หรือคนที่เป็นที่รู้จัก ที่มีชื่อเสียงที่มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง การใช้สิ่งของหรือรูปเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งทีมีความสำคัญเหนือกว่าไม่ว่าจะเป็นตามตัวอักษรหรือ ตามการตีความหมานมักจะใช้ในศาสนา, วัฒนธรรม, การเมืองหรือทางเศรษฐกิจ

เเต่ยุคใหม่ไฮเทคยิ่งกว่านั้น ไอคอน เปลี่ยนรูปร่าง และโฉมหน้าเปลี่ยนไปอีก บนคอมพิวเตอร์ การพูดคุยในโลกออนไลน์ ไอคอนยุคนี้กลายเป็น อีโมติคอน (emoticon) หรือ สไมลี่ (smiley) คือชุดของตัวอักษรเช่น :),  ^-^,  หรือ :-)  หรือภาพขนาดเล็กทำขึ้นเพื่อเเสดงสีหน้าของมนุษย์ และสื่อถึงอารมณ์

คำว่า อีโมติคอน เป็นคำผสมจาก emotion (อารมณ์) และ  icon (สัญลักษณ์) เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของลักษณะน้ำเสียงที่ใช้กันเเพร่หลายในข้อความอี-เมล ในกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ และในเเช็ตรูม

เเต่ถ้าเรียกว่า สไมลี่ หรือ หน้ายิ้ม หรือ Smiley face หมายถึงรูปแบบการประกอบตัวอักขระเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลายเช่นกัน

ทำไมไอคอนกลายมาเป็นอีโมติคอนได้ เรื่องนี้มีคำตอบซึ่งพบจากหลักฐานจากหลักฐานข้อมูลวิจัยว่า สัญลักษณ์พวกนี้เกิดครั้งเเรกในบูเลตินบอร์ดของมหาวิทยาลัยเนกีเมลลอน เมื่อ ค.ศ.1982 ในสังคมออนไลน์นั่นเเหละ

อีโมติคอนถูกใช้สื่อสารแทนอารมณ์ต่างๆ ซึ่งคลิกง่ายและรวดเร็วแถมยังดูน่ารัก เรียกร้องความสนใจจากผู้สนทนาได้อย่างดี แทนที่จะกดคีย์บอร์ดเล่าถึงความรู้สึก บางครั้งก็ยากจะบรรยายหรือบอกกล่าว

ความพิเศษของอีโมติคอนคือ เวลาพิมพ์สัญลักษณ์ความรู้สึกเเล้วมักตามด้วย โคลอน " : " ตามด้วยไฮเฟน " - " และวงเล็บปิด " ) " โดยให้มองตามเเนวนอน จากซ้ายไปขวา จะเห็นสัญลักษณ์แทนหน้ายิ้ม

จากไอคอน ตัวพิมพ์บนคีย์บอร์ด มาเป็นอีโมติคอน ภาพ-กราฟฟิก เปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อ ไมด์ โจนส์ แห่งไมโครซอฟท์ ซึ่งสนใจเเละเริ่มค้นหาที่มาของ Smiley ด้วยการตามไปบนเส้นทางออนไลน์ จนไปถึงภาควิชาคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้เมลลอน ไปพบสัญลักษณ์ Smiley ครั้งเเรก เขาเห็นสัญลักษณ์ เเละเชื่อว่า ใช้เพื่อแทนความหมาย  "ยิ้ม" ในข้อความที่โพสเมื่อวันที่ 19 กันยายน 1982

วันนี้ความนิยมของ อีโมติคอน ไม่ได้อยู่เฉพาะเเค่หน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ..สัญลักษณ์บอกความรู้สึกแบบนี้ ยังปรากฎอยู่ในหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือเจาะกลุ่มวัยรุ่น ทำเอาคนอ่านสูงวัย งงงง...ชนิดหลุดกระเเสไปเหมือนกัน

 

ที่มา: นสพ.มติชนรายวัน