สมัครสมาชิก ลืมรหัสผ่าน
หน้าแรก > บทความ > จอโทรศัพท์มือถือมีกี่แบบ

จอโทรศัพท์มือถือมีกี่แบบ

                ...จอที่นำมาใช้กับโทรศัพท์มือถือทั้งทั่วไปอินเตอร์แบรนด์หรือเฮ้าท์ แบรนด์นั้นมีหลายแบบ ซึ่งต่างก็มีมีคุณสมบัติและเทคโนโนโลยี่ที่โดดเด่นต่างกัน

                เริ่มจากจอ LCD ยอดฮิต หรือ Liquid Crystal Display เป็นจอแสดงผลแบบดิจิตอล ภาพที่ได้เกิดจากแสงที่ถูกปล่อยจากหลอดไฟด้านหลังของจอภาพ (Black Light) ผ่านชั้นกรองแสง (Polarized filter) แล้ววิ่งไปยังคริสตัลเหลวที่เรียงตัวด้วยกัน 3 เซลล์คือ แสงสีแดง แสงสีเขียวและแสงสีนํ้าเงิน กลายเป็นพิกเซล (Pixel) ที่สว่างสดใสเกิดขึ้น โดยเทคโนโลยีที่พัฒนามาใช้กับ LCD นั้น มีแยกย่อยได้อีก ดังนี้

1.             Super Twisted Nematic (STN) ใช้หลักการปล่อยกระแสไฟไปยังจุดรับแสงต่างๆ (Pixels) ที่กำหนดไว้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เป็นเทคโนโลยีแบบเก่าที่ให้ความคมชัดและความสว่างน้อยกว่า ใช้ในจอโทรศัพท์มือถือจอขาวดำเป็นส่วนใหญ่

2.             Color Super Twisted Nematic(CSTN) เป็นการพัฒนาจากจอ STN แบบขาวดำ ให้ใช้งานแบบจอสีได้ ส่วนความคมชัดและความสว่างยังคงเป็นแบบจอ STN ทั่วไป

3.             Thin Film Transmitter (TFT) เป็นแผ่นแก้วบางๆ สองแผ่นประกบกัน  ระหว่างแผ่นแก้วทั้งสองจะมี Liquid Crystal แทรกอยู่ ซึ่งแผ่นแก้วแต่ละแผ่นก็จะประกอบด้วย TFT (Thin Film Transistor) เป็นจำนวนมาก นั่นก็คือจำนวนจุดเล็กๆ (Pixels) ซึ่งแต่ละจุดจะทำหน้าที่แสดงภาพนั่นเอง  โดยมี Color Filter(แผ่นกรองสี) ทำให้เกิดสี โดยจอแบบ TFT จะแสดงภาพได้คมชัดและสว่างกว่าจอ STN และ CSTN  

                ส่วนจออีกประเภทได้แก่ OLED หรือ Organic Light-Emitting Diode คือ จอแสดงผลที่ไม่ต้องใช้ไฟพื้นหลัง (Back Light) โดยแต่ละจุดหรือแต่ละพิกเซลบนหน้าจอจะมีแสงสว่างในตัวเอง และให้คุณภาพสีที่สดใสมาก อีกทั้งประหยัดพลังงานกว่าจอ TFT รวมไปถึงประหยัดอุปกรณ์ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ Backlight ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ในการสร้างแรงดันไฟฟ้าเพื่อไปจ่ายให้กับ backlight นั่นเอง ยังประหยัดพลังงาน ส่วนมากนิยมให้กับมือถือแบบฝาพับที่มี  2 หน้าจอ โดยใช้ OLED เป็นจอด้านหน้า

                อัพเดทเกร็ดความรู้ และเคล็ดลับดีๆ ได้ที่นี่ www.twz.co.th